Guideline สำหรับการเริ่มต้นเขียนแอปพลิเคชันแอนดรอยด์

สำหรับบทความนี้ไม่ได้พูดถึงอะไรมากนัก เพียงแค่ต้องการรวบรวมบทความสำคัญๆสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นพัฒนาแอปพลิเคชันแอนดรอยด์ แต่ทว่าทีนี้ต้องทำอะไรก่อนบ้าง ติดตั้งอะไรก่อนบ้าง พอจะค้นหาในอินเตอร์เน็ตก็เจอเยอะแยะไปหมดไม่รู้ว่าอันไหนควรจะเริ่มต้นก่อน

ดังนั้นบทความนี้ก็จะมาไกด์ไลน์ให้คราวๆสำหรับนักพัฒนามือใหม่ดังนี้

ก่อนอื่นผู้ที่หลงเข้ามาอ่านจะต้องเตรียมอุปกรณ์ดังต่อไปนี้ก่อน

• คอมพิวเตอร์คู่ใจเอาไว้เขียนโปรแกรม – แนะนำให้สเปคดีๆหน่อย อย่าสเปคต่ำมาก เพราะนี่คือ Java ซึ่งใช้สเปคพอสมควร อย่างเช่น Intel Core i3 ขึ้นไปหรือเทียบเท่า แต่หลักๆแนะนำแรมซัก 4 GB จะยืดหยุ่นได้ดีกว่า

• อินเตอร์เน็ต ปัจจัยที่ 6 ของใครหลายๆคน – อันนี้ต้องยอมรับว่ายุคสมัยนี้สามารถเรียนรู้ข้อมูลต่างๆบนอินเตอร์เน็ตได้จริงๆ (เจ้าของบล็อกคนนึงล่ะ) หรือจะใช้หนังสือสอนเขียนแอนดรอยด์เบื้องต้นก็ได้ แต่ทว่าแอนดรอยด์มีการอัพเดทอยู่บ่อยๆ เพราะงั้นเนื้อหาในหนังสือก็จะเก่าลงในเร็ววัน (แต่ที่แน่ๆบล็อกนี้จะหมั่นอัพเดทให้ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านเสมอ)

• อุปกรณ์แอนดรอยด์คู่ใจที่พร้อมจะลุยไปด้วยกัน – อันนี้ค่อนข้างแนะนำอย่างยิ่ง เพราะมันจะช่วยให้การศึกษาเป็นไปอย่างราบรื่น ถึงแม้ว่าจะมี Emulator ให้ใช้งานบนคอมพิวเตอร์ก็ตาม แต่เครื่องจริงก็ย่อมดีกว่านั่นแหละ ถ้ายังไม่มีให้ดูแนวทางในการเลือกซื้อได้ที่ จะซื้อเครื่องมาเขียนโปรแกรมแอนดรอยด์ตัวไหนถึงจะดีนะ?

• ยังไม่พร้อมสำหรับอุปกรณ์แอนดรอยด์หรือ? – ถ้าจำเป็นต้องใช้ Emulator จริงๆ เจ้าของบล็อกไม่แนะนำให้ใช้ AVD (Android Virtual Device) เพราะว่ามันไม่ค่อยลื่นซักเท่าไร และทำงานได้ไม่ดีพอ โดยเจ้าของบล็อกแนะนำให้ใช้ Emulator ที่ชื่อว่า Genymotion แทน โดยสามารถดูการติดตั้งได้จาก Genymotion – Android Emulator สุดเจ๋งสำหรับนักพัฒนา [การติดตั้งใช้งาน]

• เวลาในการศึกษาและฝึกฝน – อันนี้ค่อนข้างสำคัญพอสมควรที่ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านจะต้องเจียดเวลาในชีวิตประจำวันมาทุ่มเทให้กับการฝึกพัฒนาแอปพลิเคชันกันหน่อย
เมื่อเตรียมพร้อมสำหรับเบื้องต้นแล้วก็มาดูกันต่อเลยว่าต้องเริ่มจากอะไรกันบ้าง
• ติดตั้ง Android Development Tools (ADT) หรือ Android Studio ก็ได้ – โปรแกรมสำหรับพัฒนาหลักๆจะใช้กันอยู่สองตัว ซึ่ง ADT เป็นโปรแกรม Eclipse ที่นำมาติดตั้ง Plugins ของ Android SDK เข้าไป ส่วน Android Studio เป็นโปรแกรมที่ทาง Android ทำออกมาใหม่ ถอดแบบจาก ADT แต่ปรับโครงสร้างโปรแกรมเพื่อให้ใช้งานในการพัฒนาแอปพลิเคชันแอนดรอยด์โดยเฉพาะ สำหรับบทความเจ้าของบล็อกเกือบทั้งหมดจะใช้ ADT นะ (ไม่บังคับใช้ เพราะโค๊ดก็เหมือนกันนั่นแหละ โดยที่ ADT จะมีวิธีการติดตั้งโปรแกรมอย่างง่ายดังนี้ ติดตั้งโปรแกรมพัฒนา Android Application ง่ายๆด้วย ADT

• สร้างโปรเจคเริ่มต้นก่อน – เพื่อเตรียมแบบฟอร์มเริ่มต้นให้พร้อมกับการเขียนโปรแกรม แต่ว่าจะยังไม่ให้เขียนโปรแกรม เพราะเจ้าของบล็อกจะให้ต่ออุปกรณ์แอนดรอยด์เข้ากับคอมพิวเตอร์ซะก่อน โดยให้ดูจากบทความนี้ เริ่มต้นสร้างแอปพลิเคชันแอนดรอยด์บน Eclipse ซึ่งให้เตรียมโค๊ดเบื้องต้นไว้ให้พร้อมแต่ยังไม่ต้องกดทดสอบการทำงาน

• เปิดใช้งาน USB Debugging – อันนี้สำหรับกรณีที่มีเครื่องจริง เพราะมีผู้ที่หลงเข้ามาอ่านบางคนไม่รู้ว่าสามารถต่ออุปกรณ์แอนดรอยด์ที่มีอยู่เข้ากับคอมพิวเตอร์แล้วสามารถติดตั้งลงในเครื่องผ่านโปรแกรมได้ทันที รวมไปถึงเช็ค Log การทำงานของตัวเครื่องได้อีกด้วย โดยดูวิธีทำได้จาก ว่าด้วยเรื่องการติดตั้ง App จากโปรแกรมลงบนอุปกรณ์แอนดรอยด์ ซึ่งจะมีขั้นตอนการติดตั้งไดรเวอร์ด้วย แต่ก็มีลิ้งบทความให้ไว้ในนั้นแล้ว

• โปรเจคพร้อมแล้ว อุปกรณ์แอนดรอยด์ก็ต่อกับคอมได้แล้ว เริ่มเลย! – เริ่มทำงานศึกษาและฝึกฝนในการเขียนแอปพลิเคชันได้เต็มที่เลย!!!!
สำหรับเนื้อหาที่ควรศึกษาในช่วงแรกๆคือพื้นฐานภาษา Java เลย เพราะต้องรู้โครงสร้างภาษาก่อน รวมไปถึง OOP อย่างคร่าวๆด้วย เพราะในการพัฒนาแอปพลิเคชันแอนดรอยด์ เรื่อง OOP นี่ขาดไปไม่ได้เลยทีเดียวล่ะ
เมื่อพื้นฐานพร้อมแล้ว ให้เริ่มจากการหัดใช้งาน LogCat ก่อน เพราะสิ่งนี้จะเป็นตัวช่วยให้ผู้ที่หลงเข้ามาอ่านทราบการทำงานของเครื่องได้ในยามที่เขียนโปรแกรมเสร็จแล้ว แต่พอติดตั้งลงในเครื่องแล้วทดสอบกลับมีปัญหาแอปพลิเคชันเด้งแล้วปิดตัวเอง ซึ่งผู้ที่หลงเข้ามาอ่านสามารถดูสาเหตุได้ที่ LogCat นั่นเอง โดยดูการใช้งานเบื้องต้นได้ที่ LogCat พื้นฐานการพัฒนา Application

ให้ลองหาตัวอย่างการใช้งาน Widget พื้นฐานเช่น Button EditText TextView ก่อน เพื่อดูว่ามีวิธีใช้งานยังไง เพราะทั้งสามตัวนี้หลักการเหมือนกัน แล้วลองศึกษา Activity Life Cycle บนแอนดรอยด์ก่อน เพื่อให้เข้าใจได้ว่าจะเขียนโค๊ดไว้ที่ตรงไหน (สำหรับเรื่องเหล่านี้เจ้าของบล็อกยังไม่ได้ทำบทความไว้ สามารถดูจากเว็ปอื่นๆได้เลย มีคนทำไว้เยอะแล้วเหมือนกัน)

ต่อมาให้ลองศึกษาการจัดวาง Layout เบื้องต้น พยายามทำความเข้าใจกับ Linear Layout กับ Relative Layout ก่อนว่าทั้งสองตัวนี้ทำงานยังไง แล้วลองประยุกต์จัด Layout ในรูปแบบต่างๆออกไปดู

เมื่อ Widget พื้นฐานเข้าใจแล้ว LogCat ก็ใช้เป็นแล้ว ค่อยๆพัฒนาเรียนรู้เพิ่มเติมไปเรื่อยๆ เช่น Intent, ListView, ImageView เป็นต้น โดยเน้นศึกษาการใช้งานแล้วทำความเข้าใจ

ลองเอาแต่ละเรื่องที่ศึกษามาคิดเป็นแอปพลิเคชันง่ายๆซักตัวก่อน แล้วลองพยายามเขียนเองโดยให้ทำ Pseudocode หรือ Flowchart ก่อน เพื่อลำดับความเข้าใจให้กับตัวเองก่อน จากนั้นก็ลองเริ่มเขียนด้วยตัวเอง ออกแบบ Layout ตามใจชอบ โดยการเขียนโปรแกรมควรดูแค่โค๊ดพื้นฐานการใช้งานในบางส่วนเท่านั้น ไม่แนะนำให้ไปหาตัวอย่างทั้งหมดมาใช้งานเลย เพราะมันจะทำให้ไม่เข้าใจ

เมื่อแอปพลิเคชันเสร็จแล้วลองจัด Layout ให้สวยงามใส่สีแต่งเติมหน้าตาใหม่เหมาะจากนั้นจะลองทำอะไรต่อก็เชิญเลย เพราะผู้ที่หลงเข้ามาอ่านเริ่มพัฒนาแอปพลิเคชันเป็นแล้วววว (ถ้ายังบอกว่าไม่เป็นให้กลับไปอ่านข้างบนตั้งแต่ตอนแรกซะ)

nattanon

ณัฐนนท์ ลำสมุทร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *